วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

ความสุข ธรรมจากลามะ Gunden

ลามะ Gunden

ความสุข     

       ... "ความสุข" ไม่อาจจะค้นพบได้ด้วยการดิ้นรนแสวงหาหรือด้วยพลังแห่งความตั้งใจที่รุนแรง แต่มันเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วที่นี่และเดี๋ยวนี้ในความผ่อนคลายและปล่อยวาง จงอย่าได้ทำตัวเองให้ตึงเครียดเลย มันไม่มีอะไรต้องทำหรอก ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นที่จิตมันล้วนไม่ได้มีความสำคัญเพราะมันไม่ได้เป็นสิ่งที่จริงแท้ จงอย่าได้ไปยึดติดในมัน จงอย่าได้ไปให้คุณค่าความหมายกับมัน จงปล่อยให้มันดำเนินไปของมันเองเช่นนั้น ปล่อยให้มันเกิดขึ้นและดับไปโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งใด และทั้งหมดก็จะจางหายไปแล้วก็เริ่มขึ้นมาใหม่อีกโดยไม่รู้จักจบสิ้น
       การแสวงหาความสุข กลับเป็นการปิดบังไม่ให้เราได้พบพานความสุข มันเป็นดั่งเช่นสายรุ้งที่เราพยายามวิ่งตามแต่ก็ไม่สามารถจับฉวยมันได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้มีอยู่จริงแต่มันก็ปรากฏอยู่ตรงนั้นและอยู่กับเราในทุกขณะ
       จงอย่าหลงเชื่อในประสพการณ์ที่ดีหรือเลวว่าเป็นความจริง มันล้วนเป็นดั่งเช่นสายรุ้ง ด้วยความอยากที่จะจับฉวยเอาสิ่งที่จับฉวยไม่ได้ เราย่อมทำตนเองให้เหนื่อยเปล่า ทันทีที่เราผ่อนคลายจากการพยายามจับฉวยนี้ มันจะมีช่องว่าเปิดขึ้นต้อนรับด้วยความสุขสบาย ดังนั้นจงใช้มันเถิด ทุกสิ่งล้วนเป็นของเราอยู่แล้ว จงอย่าได้ดิ้นรนแสวงหาเลย...

..แปลโดย ท่าน ชยธัมโม ภิกขุ..


ความสุข ธรรมะจากหลวงปู่มั่น

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ความสุข

       ...คนฉลาดปกครองตนให้มีความสุขและปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องเที่ยวแสวงหาทรัพย์มากมายหรือเที่ยวกอบโกยเงินเป็นล้านๆ มาเป็นเครื่องบำรุงจึงมีความสุข  ผู้มีสมบัติพอประมาณในทางที่ชอบมีความสุขมากกว่าผู้ได้มาในทางมิชอบเสียอีก  เพราะนั่นไม่ใช่สมบัติของตนอย่างแท้จริงทั้งๆ ที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ แต่กฏความจริง คือกรรมสาปแช่งไม่เห็นด้วยและให้ผลเป็นทุกข์ไม่สิ้นสุด  นักปราชญ์ท่านจึงกลัวกันหนักหนาแต่คนโง่อย่างพวกเราผู้ชอบสุกเอาเผากิน และชอบเห็นแก่ตัวไม่มีวันอิ่มพอ ไม่ประสบผล คือ ความสุขดังใจหมาย...

...................................................................

       ...ธรรม เป็นเครื่องปกครองสมบัติและปกครองใจ  ถ้าขาดธรรมเพียงอย่างเดียวความอยากของใจจะพยายามหาทรัพย์ได้กองเท่าภูเขาก็ยังหาความสุขไม่เจอ  ไม่มีธรรมในใจเพียงอย่างเดียวจะอยู่ในโลกใด กองสมบัติใด ก็เป็นเพียงโลกเศษเดนและกองสมบัติเดนเท่านั้น  ไม่มีประโยชน์อะไรแก่จิตใจแม้แต่นิด  ความทุกข์ทรมาน ความอดทน ทนทาน ต่อสิ่งกระทบกระทั่งต่างๆ ไม่มีอะไรจะแข็งแกร่งเท่าใจ  ถ้าได้รับความช่วยเหลือที่ถูกทางใจจะกลายเป็นของประเสริฐ  ให้เจ้าของได้ชมอย่างภูมิใจต่อเรื่องทั้งหลายทันที...


ความสุข ธรรมะจากหลวงพ่อชา สุภัทโท

พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท)

ความสุข

          ... มนุษย์เราทั้งหลายไม่ต้องการทุกข์ ต้องการแต่ความสุข....ความจริงสุขนั้นก็คือทุกข์อย่างละเอียด เช่นเดียวกันกับทุกข์ ทุกข์ก็คือทุกข์อย่างหยาบ พูดอย่างง่าย ๆ สุขและทุกข์ก็เปรียบเสมือนงูตัวเดียวกัน ทางหัวมันเป็นทุกข์ ทางหางมันเป็นสุข เพราะถ้าลูบทางหัวมันมีพิษมันก็กัดเอา ไปจับหางมันก็เหมือนเป็นสุข แต่ถ้าจับไม่วาง มันก็หันกลับมากัดได้เหมือนกัน เพราะทั้งหัวงูและหางงู มันก็อยู่ในงูตัวเดียวกัน เช่นเดียวกับความสุขและความทุกข์ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน...




วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

วันที่ 500 ของการค้นหา"ความสุข"



จุดเริ่มต้นของความทุกข์ทางกาย คือการเกิด
จุดจบของความทุกข์ทางกาย คือการตาย

..........

จุดเริ่มต้นของความทุกข์ทางใจ คือความคิด(ปรุงแต่ง)
จุดจบของความทุกข์ทางใจ คือการมีสติและการนอนหลับ

.........

ความทุกข์ทางกาย มีคล้าย ๆ กันทุกคน ทั้งความหิว ความเจ็บป่วย ความร้อนเกินไป ความเย็นเกินไป ฯลฯ
แต่ความทุกข์ทางใจ สุดแท้แต่ใครจะขยันสร้างมันขึ้นมาเอง เช่น ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความโลภ และความรัก

.........

ความรัก คือการหลงไหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนมีความต้องการที่จะครอบครอง
ความเมตตา คือความปราถนาให้ผู้อื่นมีความสุขโดยไม่ต้องการครอบครอง
ดังนั้นความเมตตาจึงต่างจากความรัก

.........

ทุกสรรพชีวิตในโลก ทุกปรากฏการณ์ ทุกรูปธรรม นามธรรม สิ่งที่สัมผัสได้และสัมผัสไม่ได้ ล้วนไม่ได้ปรากฏขึ้นด้วยตัวของมันเอง มันไม่ได้มีสิ่งใดที่มีขึ้นโดยปราศจากเหตุและปัจจัย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุ นั่นหมายถึง ทุก ๆ สิ่งในโลกนี้ล้วนไม่ได้มีตัวตนอย่างแท้จริง

..........

1+2=3
สำหรับเด็ก มันเป็นการบวกเลขที่ง่ายมาก
สำหรับผู้ใหญ่ เห็นว่าทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามกรรม สมควรแก่เหตุและปัจจัย
สำหรับผู้ที่ปราถนาจะพ้นทุกข์ เห็นว่า 3 ไม่ได้เกิดขึ้นเลย เพราะแท้จริงแล้วมันคือ 1 กับ 2 นั่นคือความเป็นหนึ่งเดียวของ 1,2และ3
สรรพสิ่งในโลกนี้ทั้งรูปธรรมนามธรรม มีปรากฏขึ้นได้คล้ายกับเลข 3 มันปรากฏให้สัมผัสได้ แต่มันไม่ได้มีอยู่อย่างจริงแท้

..........

นึกถึงคำถามที่เด็ก ๆ ถามกัน
"ถ้าฉันมีทราย 1 กอง แล้วเธอก็มีทรายอยู่ 2 กอง ถ้าเราทั้งสองเอาทรายมารวมกันแล้วจะได้กี่กอง"

..........

เมื่อเช้าคุณทานข้าวกับอะไร เมื่อวานคุณทานอะไรไปบ้าง ตอนนี้คุณหายใจอยู่หรือเปล่า ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วตามหลักวิชาการหรือไม่

..........

ในเมื่อเราต่างก็เห็น ๆ อยู่ว่าเหตุของการเกิดของกายนี้คือพ่อและแม่ ส่วนอาหาร น้ำ และอากาศคือปัจจัยให้ร่างกายเติบใหญ่ แล้วเราต่างคิดว่าร่างกายนี้เป็นของเราตอนใหนกันนะ???...ทั้งๆที่มันเป็นของโลก

..........

คุณเคยเปลี่ยนชื่อมั้ย...แล้วตกลงคุณชื่ออะไรกันแน่???...



วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

ความสุข คืออะไร



ความสุข คืออะไร???....

ความสุข หรือ สุข ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นิยามว่าคือ "... ความสบายกายสบายใจ..." คือความรู้สึกหรืออารมณ์ประเภทหนึ่ง มีหลายระดับตั้งแต่ความสบายใจเล็กน้อยหรือความพอใจจนถึงความเพลิดเพลินหรือเต็มไปด้วยความสนุก 

ความทุกข์ คืออะไร???...

ความทุกข์ หมายถึง ความยากลำบากทั้งทางกายและหรือทางใจในการเป็นอยู่ในสภาพเหตุการณ์ในขณะนั้น ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างยิ่งต่อสภาวะนั้น ๆ ซึ่งยากที่จะเลี่ยงได้

ความทุกข์เกิดจากอะไร คลิกอ่านที่นี่ครับ


ความสุข และ ความทุกข์ คือสิ่งที่ตรงข้ามกัน
ทุก ๆ คนล้วนเกลียดทุกข์ ต้องการความสุข ยอมทำทุกอย่างที่คิดว่าทำแล้วจะพบความสุข จะมีทุกอย่างเหมือนที่ชาวบ้านเค้ามี คิดว่าความสุขสามารถซื้อได้ด้วยเงิน คิดว่าความสุขคือการมีหน้ามีตาในสังคม โดยเฉพาะผู้ที่หวังความสุขจากความรัก แต่สุดท้ายแล้วก็ยังทุกข์อยู่ดี ทำไมหนอ???...
เพราะ...สิ่งที่เราคิด เราทำ มันล้วนเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทั้งสิ้น แสดงว่า
- การมีข้าวของเครื่องใช้เยอะแยะ  ก็ยังไม่พ้นความทุกข์
- การมีเงินมากมาย ก็ยังมีความทุกข์อยู่
- เป็นนายกฯ มีผู้คนนับถือมากมาย ก็ยังทุกข์อยู่ดี
ฯลฯ

ความสงสัยเกิดขึ้นมากมาย...
แล้วชีวิตที่ปราศจากทุกข์มีหรือไม่???...
แล้วเราจะพ้นจากความทุกข์ที่มีอยู่ตอนนี้ได้อย่างไร???...
ความเพลิดเพลินและความสนุก ใช่ความสุขหรือเปล่านะ???...
ต้องการมีความสุขตลอดเวลา ต้องทำอย่างไร???...
ฯลฯ

ความรู้ทั้งหลาย ล้วนเริ่มต้นจากความสงสัย...และฉันกำลังค้นหาคำตอบ...